ปลายฝนต้นหนาว หนีเที่ยว
4 โครงการหลวงภาคเหนือ

ปลายฝนต้นหนาวแล้วอยากพาสาวๆ ขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็นๆ พร้อมสายหมอกและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของโครงการหลวงกันค่ะ ไปชมสีสันและทัศนียภาพอันสวยงามพร้อมกับสัมผ้สวิถีชีวิตชาวบ้านท้องถิ่น บอกได้เลยว่าได้ทั้งอิ่มใจและอิ่มเอมกับความสวยงามของโครงการทั้งหมดเหล่านี้

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยที่แรกของโครงการหลวงเลยค่ะ โดยที่นี่ชาวไทยภูเขาเคยใช้เป็นที่ปลูกฝิ่น เพื่อเลี้ยงชีพและได้ปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ด้วย ปัจจุบันนี้สถานีเกษตรหลวงอ่างขางกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมโดยสามารถปั่นจักรยานชมธรรมชาติ สัมผัสอากาศหนาวกันแบบเต็มอิ่ม

การเดินทาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขางตั้งอยู่ที่หมู่บ้านคุ้ม หมู่ที่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง บนดอยอ่างข่าง จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่ – ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ และเมื่อถึงกิโลเมตรที่ 137 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 1249 จากนั้นขับตรงไปอีก 25 กิโลเมตรจะถึงดอยอ่างขาง โปรดระมัดระวัง ในในการขับรถ เนื่องจากเส้นทางชันและคดเคี้ยว

ค่าเข้าชม
คนละ 50 บาท ค่านำยานพาหนะเข้าคันละ 50 บาท
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 07.30 – 22.00 น

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ( ขุนวาง ) จ.เชียงใหม่
ที่นี่ถือได้ว่าเป็นซากุระเมืองไทยเลยก็ว่าได้ เพราะศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ มีดอก พญาเสือโคร่งขึ้นเต็มไปหมด เพื่อนๆ สามารถไปชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งได้ในช่วง เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ อยู่ในช่วงอากาศหนาวกำลังดี โดยที่พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ปลูก พืชเมืองหนาว ส่งเสริมให้เป็นอาชีพให้กับชาวบ้าน และยังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวหลายๆ คนอีกด้วย เพราะไม่เพียงแต่จะได้ไปสัมผัสความมหัศจรรย์สวยงามของดอกพญาเสือโคร่งแล้ว แต่ยังได้ไปเก็บพืชผักเมืองหนาว ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศโครงการหลวง, ต้นหอมญี่ปุ่น, ผักกาดหวาน เป็นต้น และยังรวมไปถึงกล้วยไม้รองเท้านารีที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกอีกด้วย

การเดินทาง
ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตั้งอยู่ที่บ้านขุนวาง หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) และก่อนถึง อำเภอจอมทองจะมีทางแยกให้เลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1009 จากนั้นให้สังเกตุหลักกิโลเมตรที่ 30 -31 จะมีสามแยกบริเวณหมู่บ้านขุนกลาง ให้เลี้ยวขวาไปอีก 16 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านขุนวาง ขับเลยหมู่บ้านไป 2 กิโลเมตรก็จะถึงศูนย์พัฒนา โครงการหลวงขุนวาง

ค่าเข้าชม
ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 08.00 – 16.30 น.

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก
ชื่อนี้ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทางธรรมชาติอย่างมากและจุดท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในอุทยานคือ ลานหินปุ่ม, ทุ่งดอกกระดาษ, ผาชูธง เป็นต้น โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสำคัญมากเพราะได้ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชาวบ้าน ทั้งแปลงปลูกกาแฟอะราบิก้าและสตรอว์เบอร์รี่

การเดินทาง
โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตัวเมืองพิษณุโลกสามารถขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก – หล่มสัก เมื่อถึงสามแยกบ้านแยงให้เลี้ยวขวา ผ่านบ้านห้วยตีนตั่ง – บ้านห้วยน้ำไซ – ฐานพัชรินทร์ เข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร

ค่าเข้าชม
เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 08.00 – 16.30 น.

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ถือเป็นโครงการหลวงแห่งเดียวในจังหวัดพะเยา ตั้งอยู่ภายใน วนอุทยานแห่งชาติภูลังกา มีการทำเกษตรเมืองหนาว มีลำน้ำแม่คะและ และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพให้กับชาวเผ่าเย้าและเผ่าม้งให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นค่ะ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสไอหมอกกันเยอะเลยทีเดียว

การเดินทาง
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าตั้งอยู่ที่บ้านสิบสองพัฒนา ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา จากกลางเมืองพะเยาให้ขับรถไปยังอำเภอดอกคำใต้ – จุน มุ่งหน้าไปทาง อำเภอเชียงคำ ตามทางหลวงหมายเลข 1179 จากนั้นเลี้ยวขวาบริเวณที่ กม.8 เข้าทางหลวง หมายเลข 1148 สายเชียงคำ – น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ไปประมาณ 5 กิโลเมตร จนถึงวนอุทยานภูลังกา

ค่าเข้าชม
ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

1 ใน 5 ลายแทงแห่งสีสัน